วิธีดูแลรักษา Bigbike

รู้จัก วิธีดูแลรักษา Bigbike เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น

Bigbike เป็นยานพาหนะชนิดหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ชื่นชอบความเร็ว ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ที่สามารถวิ่งได้เร็วกว่า มอเตอร์ไซค์ทั่วไปถึง 2 เท่า เสมือนกับยกเครื่องยนต์ จากรถยนต์คันใหญ่ ๆ มาไว้ในรูปแบบของมอเตอร์ไซค์ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ตลาด Bigbike เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น การรู้จัก วิธีดูแลรักษา Bigbike เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถ ควรให้ความใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง บทความวันนี้เราเลยจะทุกคนมาดูว่ามีวิธีอะไรบ้างบอกเลยว่าคนรักรถไม่ควรพลาดบทความนี้เด็ดขาดค่ะ

เทคนิคกบำรุงรักษา Bigbike
เทคนิคกบำรุงรักษา Bigbike

เทคนิค วิธีดูแลรักษา Bigbike

  1. ดูแลรักษาเครื่องยนต์และส่วนต่างของBigbikeให้มีประสิทธิภาพและสะอาดอยู่เสมอ

โดยผู้ใช้รถควรจะเช็กการทำงานของเครื่องยนต์ตลอดว่า ปกติทุกครั้งที่ใช้หรือไม่ พร้อมทั้งทำความสะอาดในส่วนต่าง ๆ ของ Bigbike ให้สะอาดไร้สิ่งสกปรก

  • ตรวจเช็กและเปลี่ยนไส้กรองอากาศ

โดยการเข้ารับการตรวจเช็กจากศูนย์ หรือผู้ให้บริการด้านBigbike ทุกระยะทาง 5,000 กิโลเมตร พร้อมทั้งเปลี่ยนไส้กรองทุกระยะทาง 10,000 กิโลเมตร

  • ทำความสะอาดหัวเทียน และตรวจเช็กความสมบูรณ์ของเขี้ยวหัวเทียนให้เรียบร้อย

โดยต้องทำการตรวจเช็กหัวเทียนทุก ๆ ระยะทาง 5,000 กิโลเมตร และควรได้รับการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ ในระยะทาง 10,000 กิโลเมตร

  • ตรวจเช็กระดับของน้ำมันเครื่องอย่างสม่ำเสมอ

โดยทำการตรวจเช็กระดับของน้ำมันเครื่องเมื่อวิ่งได้ในทุก ๆ ระยะทาง 100 กิโลเมตร และทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับBigbikeทุก ๆ 2,500 กิโลเมตร

  • ทำการเปลี่ยนไส้กรองของน้ำมันเครื่อง

เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของ Bigbike ที่ดีขึ้น โดยต้องทำการเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง เมื่อวิ่งมาได้แล้วในระยะทางประมาณ ทุก ๆ 2,500 กิโลเมตรเป็นต้นไป

  • ตรวจเช็กท่อทางเดินน้ำมันเชื้อเพลิงว่า มีรอยฉีกขาดหรือมีความกรอบแตกหรือไม่

โดยควรทำการตรวจเช็กท่อทางเดินน้ำมันเชื้อเพลิงทุก ๆ ระยะทาง 5,000 กิโลเมตร และควรทำการเปลี่ยนท่อทางเดินน้ำมันเครื่องทุก ๆ 20,000 กิโลเมตร

  • ตรวจเช็กระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ว่ามีรอยฉีกขาดของแว็คคัมหรือไม่ และมีอาการกรอบแตกหรือไม่

โดยทำการตรวจเช็กระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ๆ ทุกเวลาที่มีระยะการวิ่งถึง 5,000 กิโลเมตร และทำการเปลี่ยนระบบส่งเชื้อเพลิงทุกครั้งเมื่อมีการวิ่งถึงระยะทาง 20,000 กิโลเมตร

  • เช็กคาร์บูเรเตอร์ของBigbike ให้มีความปกติ

โดยทำความสะอาดคาร์บูเรเตอร์ ทุก ๆ ระยะทาง 15,000 กิโลเมตร พร้อมทั้งตรวจเช็กยางปากคาร์บูเรเตอร์ว่ามีสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ มีอาการกรอบแตกหรือมีรอยฉีกขาด ของยางปากคาร์บูเรเตอร์หรือไม่ โดยควรทำการตรวจเช็กยางปากคาร์บูเรเตอร์Bigbikeทุก ๆ ระยะทาง 10,000 กิโลเมตร และทำการเปลี่ยนยางปากคาร์บูเรเตอร์Bigbikeทุก ๆ ระยะ ซึ่งอาจจะเกิดความเสียหายช้าหรือเร็ว แล้วแต่การใช้งานและอายุการใช้งาน

  • เช็กระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ

โดยสามารถเข้ารับการตรวจเช็กระดับน้ำของBigbikeว่าปกติดีหรือไม่ เมื่อวิ่งครบทุก ๆ ระยะทาง 100 กิโลเมตร  และทำการเปลี่ยนระบบระบายความร้อนด้วยน้ำทุก ๆ ระยะทาง 20,000 กิโลเมตร พร้อมทั้งทำการตรวจเช็กท่อทางเดิน  และฝาหม้อน้ำให้ดีอยู่เสมอ พร้อมทั้งตรวจเช็กว่ามีตะกอนในหม้อพักหรือไม่ ซึ่งสามารถทำการตรวจเช็ก ท่อทางเดินBigbike ฝาหม้อน้ำBigbike และตะกอนในหม้อพักBigbikeได้ในทุก ๆ ระยะทาง 5,000 กิโลเมตร

2. ตรวจเช็กระบบความร้อนด้วยน้ำมันของ Bigbike

พร้อมทั้งทำการตรวจท่อทางเดินน้ำมันของBigbike โดยสามารถเข้ารับการเช็กระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมัน และท่อทางเดินน้ำมันของBigbikeได้ทุก ๆ ระยะทาง 2,500 กิโลเมตร

  • ทำการตรวจเช็กระยะห่างของวาล์ว

สำหรับBigbikeที่มีเครื่องยนต์ขนาด 500 ซีซี ถึง 749 ซีซี สามารถทำการตรวจเช็กได้ในทุก ๆ ระยะทาง 15,000-17,000 กิโลเมตร , Bigbikeที่มีเครื่องยนต์ขนาด 750 ซีซี ถึง 999 ซีซี สามารถทำการตรวจเช็กได้ในทุก ๆ ระยะทาง 17,000-26,000 กิโลเมตร , สำหรับBigbikeที่มีเครื่องยนต์ขนาด 1,000 ซีซี ขึ้นไป สามารถทำการตรวจเช็กได้ในทุก ๆ ระยะทาง 28,000 กิโลเมตร

  • ทำการตรวจเช็กระบบตัดต่อส่งกำลังของBigbike ระบบคลัทช์

โดยทำการตรวจเช็กฟรีคลัทช์ ทุก ๆ ระยะการขับขี่ที่ 5,000 กิโลเมตร พร้อมทั้งทำการตรวจเช็กแผ่นคลัทช์ได้ในทุก ๆ ระยะทาง 20,000 กิโลเมตร

  • ตรวจเช็กระบบส่งกำลังของBigbike เช็กการทำงานของBigbikeที่มีการใช้เพลา และดูแลความพร้อมของน้ำมันเฟืองท้ายของBigbike

โดยสามารถเข้ารับการตรวจเช็กได้ในทุก ๆ ระยะทาง 5,000 กิโลเมตร และเข้ารับการเปลี่ยน ระบบส่งกำลัง เปลี่ยนเพลา เปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้าย ได้ในทุก ๆ ระยะ 10,000 กิโลเมตร

  • เช็กความพร้อมของโซ่Bigbike และตรวจเช็กความตึงหย่อนของโซ่ พร้อมทั้ง ดูแลทำความสะอาดเป็นประจำ

หรือเข้ารับการดูแลทำความสะอาดโซ่Bigbikeทุก ๆ ระยะทาง 500 กิโลเมตร และทำการเช็กระบบหล่อลื่นของโซ่Bigbikeด้วยน้ำมันเฉพาะทุก ๆ ระยะทาง 300 กิโลเมตร นอกจากนี้ ต้องทำการเช็กสเตอร์ของBigbikeให้ดี ทั้งสเตอร์หน้าและหลัง ในทุก ๆ ระยะทาการขับขี่ 1,500 กิโลเมตร

และนี่ก็คือ รู้จัก วิธีดูแลรักษา Bigbike เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น บทความดี ๆ ที่เรานำมาฝากทุกคนวันนี้ จะเห็นได้ว่าการตรวจเช็กสภาพรถและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอนั้น นอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานของ Bigbike ให้นานยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ตัวผู้ใช้รถอีกด้วย

บทความที่น่าสนใจ

9 ซูเปอร์คคาร์ ที่ใครก็อยากครอบครอง

5 ข้อดี สำหรับคนที่มีแฟนเด็กกว่า เติมความสดใสให้กับชีวิตของคุณ

9 ซูเปอร์คคาร์ ที่ใครก็อยากครอบครอง
9 ซูเปอร์คคาร์ ที่ใครก็อยากครอบครอง