Ford GT 2020

เผยโฉมซูเปอร์คาร์ในตำนาน Ford GT 2020

Ford GT 2020

เผยโฉมซูเปอร์คาร์ในตำนาน Ford GT 2020 ได้รับการเผยโฉมอย่างเป็นทางการที่งานชิคาโก ออโต้โชว์ในสหรัฐเมริกา มาพร้อมไฮไลท์น่าสนใจมากมาย

หากใครซักคนถามว่าค่ายรถอเมริกันอย่างฟอร์ด มีรถสปอร์ตตัวแรงโมเดลไหนบ้างที่เป็นตำนาน ส่วนใหญ่คงกล่าวถึง Ford Mustang ม้าป่าคู่บุญที่ช่วยสร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ ทว่าจริง ๆ แล้ว Ford GT คือรถสปอร์ตที่ค่ายวงรีสีน้ำเงินสร้างขึ้นเพื่อสานต่อตำนาน GT40 รถแข่งที่เอาชนะคว้าแชมป์การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ 24 ชั่วโมง ที่เลอม็อง ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างปี ค.ศ. 1966-1969

หนึ่งในความโดดเด่นที่ต้องพูดถึงเป็นอันดับแรกคือการอัพเกรดขุมพลังบล็อกวี 6 ความจุกระบอกสูบ 3.5 ลิตร พ่วงทวินเทอร์โบให้มีพละกำลังเพิ่มขึ้นจาก 647 แรงม้าไปเป็น 660 แรงม้า โดยมีการปรับปรุงลูกสูบ คอยล์จุดระเบิด และระบบควบคุมใหม่ การปรับแต่งทั้งหมดถ่ายทอดมาจากตัวแข่ง Ford GT Mk II

Ford GT ทุกรุ่นที่สร้างขึ้นระหว่างปี 2017 ถึงปี 2019 จะได้รับพละกำลัง 647 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร ทวินเทอร์โบ แต่ในรุ่นปี 2020 นี้ มีการอัปเกรดเชิงกลหลายอย่าง ส่งผลให้รีดกำลังได้เพิ่มขึ้นมาอีก 13 แรงม้าเป็น 660 แรงม้า ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคอรถสปอร์ ตรวมถึงบุคคลทั่วไปที่ชื่นชอบรถยนต์ในวงกว้าง

จุดเด่งของรถ

จุดเด่งของรถ

จุดเด่นของ GT โมเดลปี 2020 คือการที่วิศวกรได้ปรับแต่งสมรรถนะโดยรวมให้ดียิ่งกว่าเดิม ด้วยการเปลี่ยนไปใช้คอยล์จุดระเบิดพลังแรงเพื่อช่วยเพิ่มแรงบิดให้ในช่วงรอบเครื่องกว้างขึ้น ตลอดจนปรับช่องทางระบายความร้อนด้วยน้ำภายในลูกสูบ เมื่อเซ็ตค่าทั้งหมดจึงส่งผลให้สปอร์ต 2 ประตู ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ V6 ขนาด 3.5 ลิตร สร้างพละกำลังได้สูงสุด 660 แรงม้า และหากเทียบกับรุ่นก่อนหน้าจะมีม้ามากกว่า 13 ตัว 2020 GT ยังได้รับการติดตั้งอินเตอร์คูลเลอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมปรับปรุงระบบลำเลียงอากาศ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนอากาศได้มากกว่าเดิม 50 เปอร์เซนต์

เครื่องยนต์ระบบส่งกำลังและสมรรถนะ

เครื่องยนต์ยังมีการหล่อเย็นที่ดียิ่งขึ้นด้วยการปรับเปลี่ยนระบบลำเลียงอากาศที่ด้านท้ายรถที่ช่วยรับอากาศมากกว่าเดิม 50% พร้อมการติดตั้งอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดใหญ่ขึ้น ระบบระบายไอเสีย Akrapovič แบบไทเทเนียมที่มีน้ำหนักเบาลง 6 ปอนด์ Ford ยืนยันว่าท่อไอเสียชุดใหม่ให้สุ้มเสียงคำรามอย่างดุดันไม่ต่างจากขุมพลังวี8 หรือวี12

นอกเหนือจากซูเปอร์ชาร์จ V-8 ใน GT รุ่นก่อนหน้ารถใหม่นั้นมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V-6 ขนาด 3.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่ที่คล้ายกับที่พบในฟอร์ด F-150 Raptor กำลังได้สูงสุด 660 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 550 ปอนด์ฟุต V-6 ได้รับการผสมเข้ากับระบบเกียร์อัตโนมัติสองจังหวะเจ็ดคลัทช์ ในขณะที่รุ่นสุดท้ายที่เราทดสอบมีม้าน้อยลงมันเปิดตัว GT ขับเคลื่อนล้อหลังถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.0 วินาทีและผ่านไตรมาสไมล์ใน 10.8 วินาทีที่ 134 ไมล์ต่อชั่วโมง การขับ GT นั้นง่ายมากอย่างน่าประหลาดใจและรถคันใหญ่นั้นให้ความรู้สึกเบาและคล่องตัวจากด้านหลังพวงมาลัย แม้จะมีศักยภาพด้านประสิทธิภาพ แต่การขับขี่ก็ไม่ได้ลงโทษอย่างที่คุณคาดไว้ ช่วงล่างไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการกระแทกเล็กน้อย แต่ก็ยังคงส่งผลกระทบรุนแรงผ่านไปยังห้องโดยสาร

การประหยัดน้ำมัน

EPA และ Ford ไม่ได้ประกาศประมาณการประหยัดเชื้อเพลิงสำหรับรุ่นนี้ ที่ได้รับการปรับปรุง เมื่อข้อมูลนั้นออกมาเราจะเห็นว่ามันซ้อนทับกับไฮเปอร์คาร์คู่แข่งเช่น Lamborghini Aventador และ McLaren Senna ได้อย่างไร จากนั้นอีกครั้งการอนุรักษ์เชื้อเพลิงฟอสซิลนั้นไม่น่าจะอยู่ในอันดับที่สูงเมื่อประสิทธิภาพการใช้พลังงานทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญ

ช่วงล่าง

ช่วงล่าง

มาถึงประเด็นช่วงล่างทางวิศวกรได้ทำการปรับตั้งค่าโหมด Track ทำให้รถขับขี่ได้มั่นใจ และมีการทรงตัวเกาะถนนหนึบแน่น นอกจากนี้ ชุดท่อไอเสียของ Akrapovic ซึ่งทำจากวัสดุไทเทเนียม แถมมีน้ำหนักเบากว่าชุดท่อมาตรฐาน 4 กิโลกรัม ที่เมื่อก่อนลูกค้าคนไหนอยากได้เสียงไพเราะยามกดคันเร่ง ต้องจ่ายเงินอีก $10,000 (ราว 300,000 บาท) บัดนี้ มันถูกติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเรียบร้อยแล้ว

การตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน

ผู้ซื้อ Ford สามารถเลือกได้ว่าจะให้มีแถบเดียวหรือคู่พาดกลางกลงและกระจกมองข้างทั้งกับสีมาตรฐานหรือสีพิเศษ ในขณะที่มีสีของคาลิเปอร์ให้เลือก 5 สี และ 5 ทางเลือกในการแต่งภายในห้องโดยสาร

อีกสิ่งที่เป็นไฮไลต์ของ GT ปี 2020 คือการเพิ่ม Liquid Carbon Edition ขึ้นมา ซึ่งให้ความโดดเด่นของรถโดยการที่สามารถมองเห็นคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ทำตัวถังของรถได้ภายใต้การเคลือบแบบใสเพื่อป้องกันตัวรถ นอกจากนี้รถยังมาพร้อมกับล้อคาร์บอนไฟเบอร์ โดยที่ผู้ซื้อสามารถเลือกจ่ายเงินเพิ่มเพื่อดุมล้อไทเทเนียมซึ่งเป็นออฟชั่นเสริมได้ เช่นเดียวกับเข็มขัดนิรภัยแบบ 6 จุด

นอกจาก Liquid Carbon Edition แล้วแน่นอนว่าเจ้าตัว ยังมาพร้อมกับการแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง โดยที่ได้รับการอัพเดตจากเดิมเล็กน้อยจากการเพิ่มเส้นสีดำระหว่างสีฟ้าและส้ม พร้อมกับใช้แนวทางจาก Ford GT 40 ที่ชนะเลอ มังส์ปี 1968-1969 โดยเปลี่ยนจากเลข 9 ในคาร์บอนไฟเบอร์บน GT รุ่นปี 2019 เป็นเลข 6 ในขณะที่ล้อของรถเป็นคาร์บอนไฟเบอร์เหมือนกับ Liquid Carbon Edition

Ford GT 2020
Ford GT 2020

สำหรับใครที่สนใจอยากครอบครองตำนานที่วิ่งได้อย่าง Ford GT โมเดลปี 2020 ขอบอกว่าคุณไม่ได้รับสิทธิ์นั้น เพราะแต่เดิมลูกค้าที่จะซื้อรถต้องถูกเลือกโดยฟอร์ด และยังมีการเซ็นสัญญาห้ามขายรถต่อเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณอยากได้รถคันนี้รุ่น Liquid Carbon Edition จะต้องรออีก 2-3 ปี เป็นอย่างต่ำ แล้วยังรอลุ้นอีกว่าจะมีใครปล่อยรถคันนี้สู่ตลาดมือสองด้วยหรือเปล่า

ติดตามการรีวิวรถ : Porsche 911 Carrera S

ธุรกิจที่กำลังมาแรง : แบรนด์แฟชั่นแถวหน้าของเมืองไทย